กระแสธาร กับ ความเป็นหนึ่งเดียว
posted on 16 Sep 2006 23:33 by kornkait in Im-Thinking-of
"กระแสธารแม้ไหลเปนหนึ่งเดียว แต่ทุกหยดน้ำย่อมมีวิถีเป็นของตน
สรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา หากไร้ซึ่งวาสนา แม้พยายามเท่าใดก็ไร้ผล"
สรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา หากไร้ซึ่งวาสนา แม้พยายามเท่าใดก็ไร้ผล"
คำพูดของ หลวงจีนเฮนึง ศิษย์เอกปรมจารย์ตั๊กม่อ วัดโซริมซา
จาก ประกาศิตจอมราชันย์เล่ม6
อ่านๆอยู่ก็เกิดติดใจคำพูดนี้ขึ้นมา ลองมาคิดๆดู เหมือนกับ ศาสนานี่ สอนให้ดิ้นรน และไม่ดิ้นรนแหะ อ่านแล้วดูมันขัดๆกันเอง แต่ดูไปดูมามันก็เสริมกันนะ
ทุกคนก็ย่อมต้องมีเส้นทางของตัวเองแน่นอนอยู่แล้วหละ แต่ว่าไหงมันไปขึ้นกะดวงซะงั้นน้าาา จริงๆแล้วเส้นทางของเรา เราก็น่าจะกำหนดเองได้สิเนอะทำไม เราถึงกำหนดเองไม่ได้ไปขึ้นอยู่กับดวงซะงั้น จริงๆแล้วเพื่อให้ดำเนินไปตามวิถีทางของตัวเองได้ เราจะต้องพยายามให้มันเป็นมากกว่านะ เพราะ ถ้าเราสบายๆไปเรื่อยๆมันจะได้สิ่งที่เราต้องการหรอ หรือว่าการสบายๆไปเรื่อยๆ มันก็เป็นวิถีทางหว่า แต่มันก็อาจจะจริงที่ขึ้นอยู่กับดวง เพราะว่า บางอย่างแม้ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลอย่างที่เขียนไว้จริงๆ หากไม่มีวาสนาแล้ว ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไร้ผลจริงๆ หรือว่า วิถีทางมันได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะ
เราเกิดมาเพียงเพื่อดำเนินชีวิตไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วหรอเนี่ย
จาก ประกาศิตจอมราชันย์เล่ม6
อ่านๆอยู่ก็เกิดติดใจคำพูดนี้ขึ้นมา ลองมาคิดๆดู เหมือนกับ ศาสนานี่ สอนให้ดิ้นรน และไม่ดิ้นรนแหะ อ่านแล้วดูมันขัดๆกันเอง แต่ดูไปดูมามันก็เสริมกันนะ
ทุกคนก็ย่อมต้องมีเส้นทางของตัวเองแน่นอนอยู่แล้วหละ แต่ว่าไหงมันไปขึ้นกะดวงซะงั้นน้าาา จริงๆแล้วเส้นทางของเรา เราก็น่าจะกำหนดเองได้สิเนอะทำไม เราถึงกำหนดเองไม่ได้ไปขึ้นอยู่กับดวงซะงั้น จริงๆแล้วเพื่อให้ดำเนินไปตามวิถีทางของตัวเองได้ เราจะต้องพยายามให้มันเป็นมากกว่านะ เพราะ ถ้าเราสบายๆไปเรื่อยๆมันจะได้สิ่งที่เราต้องการหรอ หรือว่าการสบายๆไปเรื่อยๆ มันก็เป็นวิถีทางหว่า แต่มันก็อาจจะจริงที่ขึ้นอยู่กับดวง เพราะว่า บางอย่างแม้ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผลอย่างที่เขียนไว้จริงๆ หากไม่มีวาสนาแล้ว ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันก็ไร้ผลจริงๆ หรือว่า วิถีทางมันได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะ
เราเกิดมาเพียงเพื่อดำเนินชีวิตไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วหรอเนี่ย
edit @ 1 Apr 2008 23:36:58 by หมูทอดซามะ
แกน่าจะไปบวชเนอะ แตกฉานมากๆ
"กระแสธารแม้ไหลเปนหนึ่งเดียว แต่ทุกหยดน้ำย่อมมีวิถีเป็นของตน"
ส่วนนี้เป็นอนาคตกับปัจจุบันนิด ๆ คือ ให้เรามองชีวิตในวันข้างหน้าในแบบที่ตนควรจะเป็น
ไม่ใช่เพียงไหลไปตามกระแสสังคม แต่ควรค้นหาในสิ่งที่ตนเป็น และควรจะเป็น
เป็นการสอนว่า ให้รู้จักรักตัวเอง และมีความมานะพยายาม
สอนให้เข้าใจสังคม เหมือนน้ำที่รู้จักรวมตัวกันไหลไปเป็นหนึ่งเดียว แต่ก็จงอย่าลืมในสิ่งที่ตัวเองเป็น
บทนี้น่าจะซ่อนคติไว้ให้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินชีวิตไว้ว่า
"จงเข้าใจและเคลื่นไหวไปตามทิศทางของสังคม แต่ก็จงอย่าลืมตัวตนของตัวเอง"
ส่วนต่อมา"สรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา" ส่วนนี้น่าจะเป็นpart ของปัจจุบัน คือ
ให้พอใจในสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น ให้รู้จักเตรียมตัวเตรียมใจกับสิ่งที่จะได้พบเจอ
เพราะถือเสียว่าเป็นชะตากรรมของตนที่ต้องประสบ
จะได้ไม่ต้องมัวโทษคนอื่น โทษสิ่งอื่น แต่ยอมรับมันแต่โดยดีแล้วหาทางแก้ไข
หรือถ้ามองในแง่ดี คือเมื่อโอกาสมาถึงก็ให้รีบคว้าไว้
น่าจะเป็นการแฝงเรื่องของ การเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้และเรื่องที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
ยอมรับเรื่องราว และทำความเข้าใจอย่างมีสติ เพื่อมุ่งหาวิธีการ ไม่ใช่หาสาเหตุ
อีกส่วนคือ "หากไร้ซึ่งวาสนา แม้พยายามเท่าใดก็ไร้ผล"
ส่วนนี้น่าจะเป็นส่วนของอดีต คือ
อันสิ่งใดแม้ได้พยายามแล้ว แต่ไม่ลุซึ่งผลดังตั้งใจ
ก็จงพอใจเสียเถิดว่า อย่างน้อยก็ได้เป็นประสบการณ์
พูดง่ายๆ ก็คือ มันก็มีเรื่องบางเรื่องที่ทำไม่ได้เหมือนกัน
บางเรื่องที่อยากมาก หวังมาก แล้วทำไม่ได้ ก็ไ่ม่ต้องไปเศร้าเสียใจ คิดเสียว่าชาตินี้ไม่มีวาสนา
โดยรวมแล้วของประโยคนี่น่าจะใช้ในการ สอนให้รู้จัก ปล่อยวางและเข้าใจในความเป็นไปของชีวิต
สอนในเรื่องของการเตรียมตัวเตรียมใจ ในการดำเนินชีวิตซะมากกว่า
ว่าทุกสิ่งย่อมมีทางของมัน ใช่ว่าจะสมหวังเสียทุกเรื่อง
แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น คือ การเป็นในสิ่งที่ตนเป็น
เพราะในประโยคมันมีลำดับในการเรียบเรียงไว้แล้วด้วย
น่าจะพอใช้บอกเป็นใน ๆ ถึงความสำคัญของแต่ละวรรคได้
กระแสธารแม้ไหลเปนหนึ่งเดียว แต่ทุกหยดน้ำย่อมมีวิถีเป็นของตน
- จงดำเนินชีวิตในแบบของตนเอง
สรรพสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับโชคชะตา
- เตรียมใจให้พร้อมสิ่งที่จะเกิดขึ้น
หากไร้ซึ่งวาสนา แม้พยายามเท่าใดก็ไร้ผล
- และการใดที่ไม่อาจทำได้สำเร็จ ก็ไม่ต้องเสียใจไป
...
#1 By thegu on 2006-09-17 03:52