เป็นจังหวัดสุดท้ายของ ทริปนี้แล้ว เมืองเกียวโต การเดินทางในเมืองนี้ ใช้รสบัสเป้นเวลาสองวัน และไป บ้านนอก อาราชิยาม่า อีกวันนึง

ที่พักที่เกียวโตนี่ อยู่ไกลจาก สถานีพอตัวนั่งรถไปไกลเลยทีเดียวกว่าจะถึง ทุลักทุเล กับสัมภาระพอตัว(เดินทางด้วยบัสไม่สะดวกตรงนี้หละ) เจ้าของที่พักเค้าพูดไทยได้นิดหน่อยด้วยนะ เค้าบอกว่า เคยมาอยู่ไทยหกเดือน ทำงานที่ภูเก็ตโตะ และ เที่ยวอยู่แถวสีลมมุ ด้วย เหอะๆ วันแรกออกเดินทาง เที่ยววัดรอบตัวเมือง แต่ว่ามัน บ่ายๆแล้วเที่ยวได้ไม่กี่ที่เท่านั้น ชื่อก็จำไม่ได้ด้วยยย

ที่ใหนก็ไม่รู้ครับจำไม่ได้แล้ว
วัดกินคาคุจิอันเลื่องชื่อ แต่ผมว่ามันก็งั้นๆอะ พระใหญ่บ้านเราเจ๋งกว่าเยอะ
แต่ถ้ามองแบบภาพรวมวิวรวมๆแล้วมันก็สวยดีครับ
ตอนเย็นๆมีพระเดินสวดอะไรไม่รู้รอบๆวัด 
จบวันแรกอย่าง งงๆ และเฉยๆครับ เพราะไปมาหลายวัดแล้วเลยเฉยๆซะมาก ตอนกลางคืนไปเดินเที่ยว แถวๆสถานีเกียวโต และ ย่านเที่ยวกลางคืน ครับ ที่นี่กลางคืนก็รถติด ประมาณแถวๆ สีลมบ้านเราเหมือนกันนะ รถเมล์มาสายไปหลายนาทีเลยหละ ได้ความรู้สึกของ กรุงเทพนิดๆเลยทีเดียว สำหรับรถติดเนี่ย
 
ออ ย่านเที่ยวกลางคืนเนี่ย หาร้านข้าวแทบไม่ได้เลยครับ มีแต่ร้านเหล้า บางร้านดูเหมือนร้านข้าวมาก เข้าไปแล้วเป็นร้านเหล้าแล้ว เราก็สั่งกันไม่เป้น มั่วๆมากิน... แพงโคตรๆ แต่อร่อย เหล้าแรงมาก กินไปแก้วเดียว วิญญาณเกือบหลุด
 
วันต่อมาผมยังเที่ยวในเกียวโตอยู่
 
ไม่ต้องถามว่าที่ใหนครับ เพราะจำไม่ได้ซะนิด รู้แค่มันไกลๆ
วัดนี้จำได้ว่า มีคนลืมร่มไว้ บนคาน เค้าก็ทำป้ายชี้ไปเขียนไว้ว่า ร่มที่ถูกลืม .. กลายเป็นจุดเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวไป... เหอะๆ เป้นคนไทยคงสอยลงมาแล้วเอาไปทิ้ง
 
วัดนี้ เรียวอันจิ หรือ ริวอันจิ นี่หละ คนเยอะมาก หยังกะมีงานวัด จำได้ว่ามี การให้เสียตัง ร้อยเยน เข้าไปเดินในที่มืดๆ แบบว่ามองไรไม่เห็นเลย แล้วตรงกลางข้างในก็มี หินก้อน นึง มีสัญลักษณ์ อยู่... แล้วก็บอกว่าเป็น อะไรซะอย่างจำไม่ได้แล้ว แค่นั้น.... อนาจมาก เหมือนโดนหลอกตัง คนมันก็ต่อคิดกันเต็มเลยนะ เราไม่รู้ก็ไปต่อด้วย เซ็งไป...แม่ง
 
คนขึ้นมาถ่ายรูปที่นี่เยอะมากเพราะมองเห็นวิว เกียวโต ยอมค่ำคืนสวยดี เสียแค่คนมันเยอะเกินไปอ่า
วันต่อมาผมไป อาราชิยาม่า... ก็เมืองบ้านนอกเมืองนึง ไม่รู้ว่ามีอะไรดีครับ คนแม่งมาเที่ยวกันเป็นหมื่นได้มั่ง วันเสาร์พอดี ออ เช้าวันนี้มีโอกาสได้คุยกะ สาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวเกียวโตแล้วพักที่เดียวกันครับ เธอก็บอกเหมือนกันว่า วันนี้คงไม่ไปอาราชิยาม่า เพราะคนเยอะแน่ๆ
 
แน่ครับ เยอะจน พวกผมหาล๊อคเกอร์ฝากกระเป๋าไม่ได้เลยทีเดียว เยอะมากๆ
 
 
มีกล้วยประหลาดด้วย
 
ไปเจอะยืนเป้น pretty อยู่ในวัดครับ คนถ่ายรูปกันตรึมเลย ไม่รู้ใครพามา
แอบถ่ายไประหว่างนั่งพัก สาวญี่ปุ่นนี่ดีเนอะ เอาใจเว่อร์มาก
 
จากนั้นผมก็เดินหลงๆกันอยู่ในอาาชิยาม่า ประมาณ 2-3 ชม. ครับ ขึ้นเขาไปใหนก็ไม่รู้ สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินกลับทางเดิมดีกว่า GPS พอช่วยได้บ้างแต่ไม่มากครับ เพราะ ระบุท่อยู่เราเป้นวงกว้างเกินไป ก็เลยได้แต่พึงแผนที แต่สุดท้ายก็กลับมาที่สถานี เกียวโต ได้ ก็สบายใจ กินเที่ยวอยู่แถว สถานีครับ
 
จนได้เวลานั่งรถกลับโตเกียว ปรากฎ มีเหตุการณ์ ชอคโลก เกิดขึ้น คือ.... จำเวลาผิดครับ ตอนนั้นสี่ทุ่ม สี่สิบ นรกมากๆ ไม่มีรถเหลือแล้วเหอะๆ
 
ถ้าไม่ได้กลับโตเกียว ก็แปลว่า พวกผมอาจจะกลับไป เก็บของเพื่อไปขึ้นเครื่องไม่ทันครับ เพราะถ้านั่งรถเช้าก็กลับถึงโตเกียวเย็นๆอยู่ดี แต่เราก็ยังมีทางออก ที่ชินคันเซ็น ด่วนจี๋ตอนเช้าได้ แต่ปัญหาตอนนี้ อยู่ที่ ไม่มีที่พักครับ กลางคืนก็หนาวสุดยอด ไม่มีที่พักนี่เหอะๆ เซ็งกันไป
 
สุดท้ายก็โทรไปรบกวนเพื่อนที่โอซาก้า ครับ ขอไปพักบ้านมันอีกคืนนึง แอบเศร้าใจครับ มันเพิ่งเดท กะแฟน ก็ต้องรีบไปส่งแฟน และ กลับมาหาเพื่อนๆ เหอะๆ รบกวนของแท้...
 
แต่จริงๆ ก็เกือบกลับโอซาก้าไม่ทันครับ เพราะอีกห้านาที ก็ไม่ทันรอบสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ทันนี่ จบข่าวทันที
 
จาก ทริปที่ไม่ได้ นั่งชินคันเซ็นก็ได้นั่งครับ ราคา 12000 กว่าเยน แพงมาก ตีเป้นเงินไทยก็ คูณ.35 เข้าไปนะ...
กลับมาถึงเช้าวันต่อมาก็ ซื้อของ+ ขนม กลับไทยครับจัดของออกเดินทางตอน 15 น. ครับ ต้องไป check in ก่อน 18.05 ...ซึ่งจากการคำนวนเวลามาอย่างดีครับ เราจะไปทัน และมีเวลาซื้อของฝากอีก ชม. นึงที่สนามบิน คือ ไปถึงตอน 17.00 นั่นเอง
 
แต่... เราไปไม่ทัน ครับ ..ลืมคิดเวลาเดินทางจากห้องเพื่อน ไปป้ายรถเมล์ และ ไปสถานีความซากิ ไม่ได้รวมเวลาในการคืนบัตร suika อีก และที่สำคัญ เราไม่ได้รวมเวลาที่เราเดินลากกระเป๋า หนัก 20 กิโล ++ ขึ้นลงบันได ว่ามันจะต้องใช้เวลา เพิ่มอีกมากมายขนาดใหน
 
แต่ที่เพื่อนเดินทางค่อนข้างบ่อย ถึงสนามบินแล้วไม่มีหลุดเลยว่าต้องไปฝั่งใหนคือ ดูทางได้รวดเร็วมากว่า สายการบินอยู่ที่ตึกใหนไม่งั้นนี่ไม่ได้กลับแน่เลย
 
ไปถึง18.10 ครับ ปิดรับ checkin ไปเีรียบร้อย ขึ้นสวรรค์ นั่นคือผมจะไม่ได้กลับไทยแล้ว จอร์จจจซองขาวเริ่มปรากฎบนโต๊ะทำงาน(ลาไปสองอาทิตย์เต็ม ถ้าไม่โผล่หัวกลับไปนี่ไม่รอด)
 
แต่ยังดีครับ ที่เรามีการ online check in ไปแล้วอินเตอร์เน็ท มันประเสริฐ แท้ เค้าแล้วยอมให้ load ของครับ มีเจ๊ อีกคนมาหลังผม นิดหน่อย แต่ ชีไม่ได้ขึ้นเครื่องครับ เพราะปิดเชค อินแล้ว จากนั้น เราก็วิ่งๆ ไปหาเครื่องบินในเวลาสิบนาที ครับ... ทันถมถืด เลยทีเดียว เข้าไปนั่งรอในเครื่องตั้งนาน รู้งี้ไปเดินซื้อของก่อนดีก่า
 
ทำให้การไปเที่ยวคราวนี้มีของฝากกลับมาน้อยมากครับ เพราะ เผื่อเิงินไปไว้ซื้อ ตั้ง 10000กว่า เยน แต่ไม่ได้ใช้เลย
 
แล้วผมก็ได้โรคกล้ามเนื้ออักเสบติดตัวกลับมาด้วยครับที่หลังด้านขวา เนื่องจากต้องฝืนแบบน้ำหนักเกินอยู่บ่อยครั้ง และต้องรีบเร่งเดินทาง  จนตอนนี้ยังไม่ได้ไปหาหมเลย ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อที่หลังเป้นรั้งคราวอยู่ น่ารำคาญใจมากๆ แต่ก็ช่างมันไป
 
สรุปการไปเที่ยวญี่ปุ่นราวนี้ได้ เปิดหูเปิดตา จริงๆครับ ได้เห็นว่าไอ่ที่เราว่าเจริญๆเนี่ยมันเป้นยังไงสาวญี่ปุ่นน่ารักขนาดใหน อากาศหนาวมันเป้นยังไง และเมืองที่มีระเบียบมันดียังไง รถไฟ รถเมล์ตรงเวลามันสุดยอดกับชีวิตขนาดใหน หาได้ที่ญี่ปุ่นนี่หละ

 ดููปทั้งหมดที่ http://katsucpe.multiply.com/photos

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ญี่ปุ่นหนาวสุดยอดครับ
ลมพัดกระเจิงงง

แต่ที่ยอดเยี่ยมหนีไปพ้นขนมของฝาก

อร่อยมากกกก

(หรือผมตะกละไปเอง? ฮา)

#1 By Canes หมาดุ่ย on 2009-01-03 19:00

กว่าจะจบเมืองญี่ปุ่น

#2 By จอมบงการ on 2009-01-03 19:20

รูปวัดเรียวอันจิ สวยมากเลยครับ confused smile

#3 By Akara_gat on 2009-01-03 20:00