ช่วงนี้เหงาจริงๆครับเหอะๆ ไม่ค่อยชอบบรรยากาศปลายปีเลยให้ตายสิ
วันนี้จะเล่าถึงอนไปโอซาก้า กะ รอบๆ เท่าที่เล่าได้ ละกัน
ในสาม โซนใหญ่ๆที่ผมไป คือ โตเกียว โอซาก้า และ เกียวโต โอซาก้า นับเป็นเมืองที่ดูดีและน่าอยู่ที่สุดแล้วครับ ถ้าเป็นไปได้ มีโอกาสไปอีกครั้ง คงไปโอซาก้าเนี่ยหละ
ผมนั่งรถจากโตเกียว มาตอนกลางคืนครับ รถออกประมาณ เกือบๆ ห้าทุ่ม ถึง โอซาก้า เช้าๆจำไมไ่ด้ละกี่โมง แต่เช้าพอตัว จากนั้นก็ทำการซื้อบัตร คันไซ ทรูพาส และ โอซาก้าอันลิมิต สำหรับเที่ยวในโอซาก้า และเมืองแถบคันไซนั่นเอง ตรงนี้เป็นอีกอย่างที่ชอบครับ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ดีมีบัตรลดเข้าสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ เยอะมาก จนไม่สามารถเข้าได้ครบทุกที่ต้องเลือกเอา
ผมมีเพื่อนอยู่ที่โอซาก้าคนนึง ไม่ได้เจอะกันเป็นปี แล้ว มาเจอะที่ญี่ปุ่นนี่ โอ้ว มีความคล้ายคนญี่ปุ่นไปซะมากแล้ว การแต่งตัวนี่ได้เลย หลังจากเอาของไปเก็บที่ บ้านมันแล้วก็ ออกเดินทาง ไปกินข้าวกัน
ที่ร้านข้างได้พบสุดยอดนวัตกรรม อย่างนึงของเครื่องกดน้ำครับ
คือเครื่องนั้นมันจะมีทั้งเครื่องดื่มร้อน และเย็น แต่ที่มันเจ๋งคือมัน สามารถตรวจสอบลักษณะแก้วได้ครับ เพราะว่า แก้วสำหรับของร้อน เย็นไม่เหมือนกันถ้าเอาแก้วผิดประเภทไปวางแล้วกด มันจะไม่ออก... แม่ง สุดยอดมาก
แต่ที่สุดยอดกว่า ของเย็นนั้น ถ้าคุณไม่ตักน้ำแข็งใส่แก้วมาให้เรียบร้อย มันก็จะกดไม่ออกเช่นกัน.... เครื่องมันเมพขิงๆ จริงๆนะ หน้าตาก็ดูเหมือนเครื่องกดเครื่องดื่มทั่วไปแท้ๆ
หลังจากนั้น เราก็ไปใหนกันหว่า... ปราสาทฮิเมจิ ครับ สวยงามอลังการ พอตัวเลย
ผมไม่ได้ถ่ายรูปด้านในมาเลย ครับ แต่สภาพด้วยในตัวปราสาทก็ สวยงามแบบเก่าๆขลังๆ ดี เรียกได้ว่า มาคันไซต้องมาที่นี่กันทุกคน เพื่อนที่อยู่ที่นี่ก็บอกว่า มาเป้นรอบที่สี่ แล้วแต่ก็ยังชอบอยู่ เพื่อนผมเป็นไกด์ที่ดีครับ อธิบายนู่นนี่เยอะแยะเลย สุดยอดๆ
จากนั้นก็ไปเดินเล่นในสวน โคโคเอ็นที่อยู่ใกล้ๆกับปราสาท เสียค่าเข้า 300เยน ครับไม่แพง ข้างในสวยมากอีกแล้ว ผมว่าสวนที่ญี่ปุ่นนี่ สวยๆเยอะนะ
จากนั้นก็เดินทางไปเมืองโกเบ เพื่อกินเนื้อย่างครับ เหอะๆ
แต่อีกอย่างที่น่าสนใจไม่แพ้เนื้อย่างคงเป็นสภาพตึก และเมือง ของโกเบ ไม่น่าเชื่อว่าสิบปีก่อนโดนแผ่นดินไหวจนเน่าไปทั้งเมือง ตอนนี้เจริญมากๆ ตึกสวยงาม มีสิ่งก่อสร้าง ที่แสดงความสามารถทางด้านกลศาสตร์ของผู้สร้างด้วย เจ๋งมาก ซึ่งหลังจากชื่นชมอยู่นานครับ ก็ลืมถ่ายรูปมาก แหะๆ
มาพูดถึงเนื้อย่างที่นี่ ก็อร่อยดีนะ มีความแตกต่างจากเนื้อย่างบ้านเราอยู่ แต่ถ้าไม่ถือสาเรื่องรสชาติอะไรมากก็ กินที่ไทยก็อร่อยแล้วครับ แต่กินที่นี่อร่อยไปอีกแบบเพราะมีเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอะกันนานด้วยหละมั่ง กินพร้อมเบีบร์เย็นๆอร่อยเหาะ ตรงเมืองโกเบ ยังมีส่วนที่ port ที่สวยงามครับ ไปนั่งกะแฟ ก็โรแมนติกดี.... ซึ่งตรูไม่มีเหอะๆ เป็นอีกสถานที่ดินเนอร์ โรแมนติกครับ ที่โกเบ
วันต่อไป ก็ไปเที่ยว เมืองนารากัน ครับ ไม่มีอะรไน่าสนใจในเมืองนี้ นอกจากกวาง และ รูปปั้นในวัด สวยดีครับ
กว้างในโคลนตม
ผมชอบรูปปั้นพวกเทพของที่นี่ครับ ดูมีพลังและดุดันมาทีเดียว กวางที่นารา เดินไปมาได้อย่างอิสระครับ นับว่าเป็นตัวนรกไม่แพ้ลิงลพบุรีบ้านเรา เพราะมันจะชอบจิ๊กของ พวกถุง หรือ กระดาษในมือเราไปกิน ผมเห็นเด็กๆที่มาทัศนศึกษา เดินงาบชีทไปกะตา เหอะๆ แลวก็ไม่ต้องตามเลยทีเดียวมันวิ่งเ็ร็วมากมาย ถ้าไม่ได้เป้นเสือหรือ สิงโตน่คงไม่ต้องตามมันอะ จับไม่ได้แน่นอน จริงๆนาา อาจจะมีที่เที่ยวมากก่านี้ แต่เนื่องด้วยเวลาจำกัด จึง เดินกันแค่ วัด สองที่แล้วก็กลับ
หลังจากนั้น ก็มีไปเดินที่ แถวนัมบะกัน ที่ย้ายชอปปิ้งเลยทีเดียว ของเยอะมากๆ เป็นที่เพลิดเพลินของสาวๆครับส่วนผมก็เดินหาขนมกินไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ค่อยมีเลย แถวนี้ไม่มีูปเช่นกัน เพราะ มันมีแค่ร้านขายของ แหะๆ
ตกเย็นแล้ว จำไม่ได้ว่า แยกกันเที่ยว ผมกับเพื่อนอีกสองคนไป สิ่งที่เรียกว่า den den town เป็นแหล่งขายของ อิเล็กทรอนิก ...มันว่ากันว่างั้น ก็ไปกัน ส่วนคนที่เหลือ เดินใน นัมบะต่อ
ที่ den den town นั่น แท้จริงแล้ว หาใช่เมืองอิเล็กทรอนิกซะเท่าไหร่ มันเป็นแค่ที่ๆมีร้านของอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะหน่อยเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ได้มีของเยอะอะไีร มีแต่ร้านเล็กๆ แต่ที่พิเศษหน่อย ตรงที่มีร้าน 18+ เยอะมากครับ รวมทั้งร้านลึกลับที่ต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปตามซอกหลืบ หึหึ... มีโปสเตอร์ชวนสยิ๋ว ให้เป้นเป้นระยะๆ
หลังจากเดินที่ den den ซึ่งเกือบหลง กลับไม่ได้ซะแล้ว เสร็จก็เดินทางไปที่ สถานี อุเมดะ ครับ เพื่อ เดินไปยังสวนลอยฟ้าที่ สวยโคตรๆ ประทับใจมากๆ จนเป้นสาเหตุที่อยากกลับไปเที่ยวอีกรอบเลยทีเดียว
เนื่องจากมันมืด และ โคตรหนาวมาก ครับเป็น8 องศา + ลม ที่แรงพอตัว เพราะสูงถึง 176m เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเท่าไหร่ ไปดูกันเองดีกว่าครับ รูปมันไม่สวยเท่าของจริงหรอก มองเห็น รอบๆสวยงามโรแมนติกสุดขีด ขึ้นไปแล้วก็แบบว่า เหงา เศร้า หนาว เลย...แนะนำว่า ใครจะไปควรมีแฟนแล้วนะครับสำหรับที่นี่ แหะๆ
จบไปอีกวันนึง ออ ที่โอซาก้าเวลาขึ้นบันไดจะชิดขวากันด้วยครับ ที่โตเกียวชิดซ้าย ตอนมาวันแรกๆก็มึนๆอยู่เล็กน้อย
วันต่อมาไปปราสาทโอซาก้า ตอนเช้าครับ ตัวปราสาทภายนอกสวยงามมาก ถูกสร้างมาให้เหมือนกันกับของเดิมที่โดนระเบิดไป แต่ข้างในนี่เป้น พิพิธภัณฑ์ ไปเรียบร้อยแล้วครับ ไฮโซ ทีเดียว แต่ก็ดีนะมีประวัติของ บุคคล และสงครามต่าางๆ ให้อ่าน สำหรับคนที่ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ สงครามแล้วก็ น่าสนใจครับ
ภูมิทัศโดยรอบสวยงามครับ เพราะเป้นสวนสาธารณะ ด้วยมั่ง หลังจากนั้น ก็เดินทางกลับ จากนั้นเราก็ไปนัมบะกันอีกรอบด้วยเหตจำเป็นด้านรองเท้าครับ แล้วก็เดินเที่ยวแถวนั้น(อีกแล้ว) จนเป้นเหตุให้ไม่ได้นั่งเรือล่องทะเล แถวๆโอซาก้าตามแผนที่วางไว้
แต่ก็ดีแล้วหละครับ เพราะว่า ช่วงที่อยู่โอซาก้าน่ อาการเย็นมาก ประมาณว่า 3-10 องศาเท่านั้น หนาวมากๆ อยู่นัมบะกันจนมืด ก็ไปที่ แถว WTC ของโอซาก้ากัน เพื่อเที่ยว WTC Cosmo Towerเพื่อนเล่าว่า เค้าตั้งใจจะให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมของการค้าขาย แต่เนื่องจากนโยบายมาในช่วงที่ผิดพลาด ที่นี่เลยเงียบเหงามาก
ตึกใหญ่แต่แทบไม่มีคน ท่าทางดูแปลงไฟ หรือเพราะว่า ผมมากันดึกแล้วก็ไม่รู้ คนเลยแทบไม่เจอะเจอ จุดเดนนอกจากห้างที่สวยงาม แล้วก็คงเป้น ที่ชมวิวของ WTC Como ที่ขึ้นไปที่สูงอีกแล้ว แต่ว่าที่นี่ไม่ open-air เหมือนที่ อุเมดะ ครับ แต่ความสวยงามไม่แพ้กัน
ข้างบนนี่จัดสถานที่ไว้สวยงามมีการแบ่งลอคๆ ให้นั่งกันเป็นคู่ด้วยนะ เป็นสานที่ ออกเดทสุดโนแมนติกอีกแล้ว ซึ่งก็คงแนะนำเหมือนเดิมว่าไปกะแฟนนะ อย่างไปคนเดียว มันเหงา หน่มหมองในใจชอบกล
จากนั้นก็เดินทางกลับไปกินโอโคโนมิยากิ ร้านที่เจ้าถิ่นแนะนำมา อร่อยอีกแล้ว โคตรชอบอาหารที่นี่เลย >.<
วันนี้ก็จบของ โอซาก้าแล้ว ต่อไปจะเป้น ช่วงสุดท้ายที่ญี่ปุ่นแล้วครับ เกัยวโต เมืองสาวงาม
ปล. ไปดู ภาพทั้งหมดได้ที่ http://katsucpe.multiply.com/photos ครับ