My-Experience

1.       เมื่อก่อนตึกภาคฝังตัวอยู่ในซอกแคกๆของตึกเคมี ดูกระจิดริดยิ่งนัก

2.       ต่อมามีนโยบายสร้างตึกใหม่ พร้อมกับการรับ SKE(inter ที่ค่าเรียนแพงลิบ)

3.       ตึกภาคใช้เวลาสร้างเพียง1ปีกว่าๆเองมั่ง

4.       ตึกภาคเปิดใช้ตอนผมขึ้นปี2 พอดีเลย ได้ประเดิมของใหม่

5.       ช่วงสร้างเสร็จใหม่ๆของหายเป้นว่าเล่น

6.       อาจารย์นอนอยู่ในห้องพักเอาเป๋าตังวางไว้ใกล้ๆตัวยังหายได้

7.       เมื่อก่อนเป็นตึกที่ห้องน้ำ hi so  ที่สุด สะอาดที่สุด

8.       ไม่ได้อยากจะว่าหรอกนะ แต่เด็กภาคอื่นมาใช้จนเน่า ประจำ

9.       ห้องน้ำชั้น 5-6 จะสะอาดเพราะ คนภาคอื่นมักจะเข้าแค่ ชั้น 1-3

10.   ห้องน้ำชายชั้น 4, 7, 8 มีที่อาบน้ำ ซึ่งผมลองมาครบแล้ว

11.   น่าจะมีที่ตากผ้า กับที่รีดผ้าด้วยนะ

12.   บางทีแม่งก็เข้าชั้น4... ห้องน้ำอาจารย์นะนั่น

13.   ตึกภาคเคยมีคดีสยิวกิ้วด้วยหละ เท่าที่ได้ยินมาก็2-3ครั้ง แต่คงมีมากกว่านั้น

14.   เป็นที่มาของคำว่าสวรรค์ชั้น7

15.   เมื่อก่อนดาดฟ้าไม่ได้ลอค

16.   ขึ้นไปบนดาษฟ้าอากาศดี วิวดีมากเห็นทั่วม.เลย

17.   บนดาษฟ้ามีดาษฟ้าอีกทีต้องปีนบันไดขึ้นไป

18.   บนนั้นวิวดียิ่งกว่า แต่ไม่มีที่กั้นนะ ไปยืนริมๆสยองมาก

19.   ถึงดาษฟ้าจะลอค แต่ก็แอบขึ้นไปจากทางหนีไฟเอา

20.   แต่ถ้าประตูทางหนีไฟโดนปิดก็จบข่าว แน่นอน

21.   ตอนรับปริญญาลืมขึ้นไปถ่ายรูปบนนั้น เสียใจมาก

22.   เมื่อก่อนตึกภาคไม่มีกล้องและระบบRFID

23.   ชั้น4 มีห้อง common room ของอาจารย์

24.   ไปแอบนอนมาเรียบร้อยแล้ว 2-3ครั้ง เย็นสบาย โซฟานิ่ม^^

25.   แหะๆ อาจารย์อย่าโกรธนะครับ เรื่องมันนานมาแล้ว...

26.   ในห้องนั้นมี TV เครื่องเล่น VCD เครือ่งเสียง ไมโครเวฟ และตู้เย็น

27.   บางครั้ง ลิฟท์ก็เปิดเองที่ชั้น5...

28.   แต่ไม่เคยได้ยินข่าวผีๆนะ แต่ว่าก่อสร้างตึกก็มีตายทุกที่อยู่แล้วเค้าว่างั้น

29.   นอนตึกภาคบ่อยมากก็ไม่เคยเจอนะ เดินเล่นตอนกลางคืน อ่านหนังสือไรงี้

30.   ช่วงใกล้สอบสามารถไปขอธุรการ เปิดห้องเรียนเพื่อติวได้นะ(ตอนนี้ได้ป่าวหว่า)

31.   แต่ก็มักจะติวกันอยู่ในห้อง ชุมนุม ไม่ก็ Lab

32.   พานไหว้ครูภาคเรามักจะต้องมีการสร้างให้แปลกประหลาด แต่ก็ยังเสือกหาความหมายดีๆมาใส่ให้มันได้

33.   มันเริ่มที่รุ่น 17หละผมว่า ที่ทำสวนถาดไปไหว้ครู... มีดาร์กเวเดอร์ด้วย มีโยดาด้วย

34.   หลังจากนั้นก็มีอะไรประหลาดๆเรื่อยมา แต่ดูดี

35.   ค่าย CPE freshly camp เริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2005 หรือตอนผมอยู่ปี3

36.   บัณฑิตปีนี้(CPE19) คือเหยื่อรุ่นแรก

37.   ค่ายเกิดจากความคิดของคน 10 คน แต่สำเร็จเพราะคนร่วม 50-60 คนได้

38.   ค่ายเกิดขึ้นจากความอยาก(สนิทกะรุ่นพี่) ของพวก 10 ตัวนั้นล้วนๆ

39.   แล้วยังมีน่าเรียกตัวเองว่า 10 อัศวินด้วยนะ 55+

40.   ก็ตอนเข้ามาใหม่ๆมันเคว้งคว้างมีใครดูแลนี่หว่าไปใหนก็ไม่ถูกข้าวก็ไม่มีคนเลี้ยง (อ่ะ ยังไงเนี่ย)

41.   ค่ายนี้ว่างแผนกันนานมาก(เกือบครึ่งปี หรือครึ่งปีนี่หละ) execute ไม่กี่วัน

42.   จริงๆแล้วที่นานเพราะ เพ้อกันหลายอย่าง

43.   การหาที่นอนให้น้องนั้นยากมากในการจัดค่าย

44.   แต่การหาที่อาบน้ำยากยิ่งกว่า ==!

45.   ตอนแรกจะใช้ถังน้ำมันรองน้ำให้น้องอาบ แต่ขัดแล้วขัดอีกทั้งวัน มันก็ยังไม่ผ่าน QC

46.   พวกพี่ care about you มากๆนะครับ น้องๆทั้งหลาย

47.   สุดท้ายไปยืมโองจากคณะอื่นมาใช้ บังเอิญเส้ยสายเยอะ 555+

48.   โอ่งพวกนั้นมีตำนานสุดสยองอยู่... จะไม่ขอเอ่ยในที่นี้

49.   แต่เอาเป็นว่า ขัดโอ่งจนสะอาดเอี่ยม และ QC ผ่านในช่วงสุดท้ายก่อนเริ่มพอดี

50.   ได้นอน 2ชม. แหนะระหว่างจัดค่าย เพราะต้องใช้เวลาตอนกลางคืนประชุมงาน + คัดเลือกรูปจากประมาณ 4GB (กล้องตอนนั้นรูปละ 3M ก็หรูแล้ว) ให้เหลือประมาณ 150-200 รูป

51.   มีน้องบางคนโดนถ่ายเยอะเป็นพิเศษ 555+

52.   ไม่รู้ว่าค่ายประสบความสำเร็จขนาดใหน แต่ก็ได้รุ่นน้องที่ดีมากมารุ่นนึงละ

53.   รู้สึกว่าน้องรุ่นนั้นบางคนประสบความสำเร็จมากกว่ารุ่นพี่ที่เป็นคนริเริ่มค่าย 55+ อาย

54.   แต่หลังๆกลายเป็นปัญหาว่า รุ่นน้องดันเคารพรุ่นพี่มากกว่าอาจารย์ แอบเสียใจ

55.   เดิมทีแค่อยากให้น้องสนิทกันเร็ว และกล้าที่จะเข้าหารุ่นพี่ก็เลยจัดค่ายนี้ขึ้นมา(พี่จะได้กล้าเข้าหาน้องด้วย)

56.   ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมเลยอยากให้น้องทำกิจกรรมมั่ง

57.   จะเป็นการยัดสิ่งผิดๆให้น้องป่าวก็ไม่รู้ แต่กุชอบแบบนี้อะ

58.   ยังรักม. และภาควิชาเหมือนเดิม

59.   แม้ว่าต่อจากนี้กลับไปจะไม่มีน้องคนใหนรู้จักแล้วก็ตาม แต่คิดว่าจะพยายามกลับไปพูดตอนค่ายให้ได้ทุกปี

60.   ภาควิชาจงเจริญ ฮูเร่ๆ น้องๆรักรุ่นพี่มากๆนะ รุ่นพี่ดูแลน้องๆให้ดีนะ และ ทุกๆรุ่นเคารพอาจารย์ผู้ที่ช่วยน้องสร้างถนนชีวิตของน้องให้มากๆนะ


  ลองเขียนดูมั่ง จริงๆมีเยอะกว่านี้เป็นการระลึกความทรงจำที่ดีมากๆครั้งนึงในชีวิตผม

 

มีความสุขที่สุดก็ตอนปี3 มีความทุกข์ที่สุดก็ตอนปี3 เหมือนกัน รู้สึกโชคดีที่ได้เพื่อนดีๆ น้องดีๆ อาจารย์ดีๆ ได้มาเรียนที่ดีๆแบบนี้ happy time สุดๆ

ต่อจากวันก่อน เหอะๆ เมื่อวานหมดแรง กว่าจะกลับถึงบ้าน 3ทุ่มก่าๆ งานเยอะแยะจริงๆ จ้าง8ชม. ทำจริง 11ชม. อู้งาน 2 ชม. 555+

ตอนนี้ตัดมาสู่ช่วงขับรถจริงแล้วครับตอนบ่าย ใครไมีมีรถ สามารถเช่าได้ในราคา 100 บาท!!!!

แพงเว่อแม่งขูดเลือดจริงๆ เสียหายอะไรเราต้องซ่อมให้ด้วยนะ

ก่อนสอบเค้าจะมีขับสาธิตให้ดูก่อนรอบนึง ตรงนี้ค่อยข้างสำคัญเหมือนกันนะ

คือให้ตั้งใจดูว่าเค้าเลี้ยวตอนใหน ตีวงขนาดใหน มันช่วยได้เยอะทีเดียว

ต่อไปนี้คือลักษณะการสอบ

กลมๆสีแดงเป้นเสานะครับ 5เหลี่ยมเป้นกรวย

เราจะเริ่มจากลูกศรสีฟ้าขับ ชิ่วๆมาหยุดรอสอบตรงปลายครึ่งวงกลม

สอบท่าที่1 ถอยจอดริมฟุตบาทแบบจำกัดหน้าหลัง โดยใช้เกียร์ไม่เกิน 7 ครั้ง

ท่านี้หละครับที่ผมสอบตกทีแรก 555+ ลืมดูกระจกหลังตอนสุดท้ายเสียดยสุดๆ

วิธีทำ

  1. ต้องตั้ง ลำรถให้ตรงเพื่อถอยตรงเข้าซองก่อนโดยพยายามขับไปให้ชิดๆเสาแรกหน่อย แล้วพอล้อหน้าขวาถึงเสาแล้วก็เลี้ยงซ้ายสุดตัวพอรถตรงหรือ เริ่มตรงแล้วก็หยุดถอยหลัง [ลูกศรสีฟ้า]
  2. เวลาถอยก็ดูให้ดีอย่าไปชนเสาซ้ายขวา ค่อยๆถอยใจร่มๆถ้าตั้งลำมาดีก็สบายมาก สามารถเบียงซ้ายขวาแก้ได้ พยายามให้รถชิดซ้ายไว้ เพราะเด๋ยวเราจะต้องเบียงซ้าย ถ้าชิดขวาหัวรถจะไปชนเสาด้านขวาตอนเบี่ยงเข้าซ้าย [ลูกศรสีส้ม]
  3. ถอยมาจนล้อหลังด้านซ้ายตรงกับเสาด้านซ้ายหรือ ท้ายรถเลยเสาไปหน่อยนึง(ซ้ายยคนขัยนะครับ สังเกตว่ามันจะมีเสาซ้ายขวา อย่างละ 3 ต้นที่ซอง พอล้อหรือท้ายรถถึงต้นที่สามนั่นหละ) หักซ้ายเอาท้ายรถเข้าเต็มที่เลย พยายามดูอย่าให้หน้าชนเสาขวานะครับ
  4. พอตัวรถเอนไปประมาณ 45องศา กะไม่ถูกก็เอาประมาณๆว่า กระจกข้างขวา(ข้างคนขับ) เห็นเสาด้านซ้ายในสุด(มุมหลังซ้ายของตัวรถ) ก็คืนล้อตรงแล้วถอยต่ออีกหน่อยพยายามเอาล้อหลังขวาให้เข้ากรอบให้ได้ ตรงนี้ก็สำคัญ เพราะเวลาเก็บหน้ามันจะง่ายไม่ต้องยึกยักถ้าล้อหลังเข้ากรอบแล้ว แต่ก็ดูหลังกับทางขวาให้ดูด้วย อย่าไปชนถ้าไม่พอเรายังไมีโอกาสยึกยักได้ ไม่ต้องรีบมาก
  5. พอล้อเข้ากรอบไปหน่อยนึงแล้วให้บิดล้อขวาสุด เพื่อเก็บหน้ารถเข้าดูหน้ารถอย่าให้ชนเสาถามันจะชนหน้าให้คืนล้อตรงถอยมาอีกน่อยแล้วค่อยเก็บหน้า ดูหลังอย่าให้ชนด้วย(ผมมาพลาดตรงนี้ ลืมดู) บางทีเราอาจจะถอยมาลึกไปหลังไม่พอก็ปรับล้อแล้วเดินหน้าไปหน่อยแล้วถอยใหม่ก็ได้
  6. พอล้อหน้าหลัง เข้ากรอบหมดแล้วก็ ปรับล้อตรงแล้วก็เกียร์ว่างยกมือ พอเค้าให้ไปสอบท่าต่อไปก็ขับออกมา
  7. ตอนขับออกมาระวังด้วยวันแรกที่ผมไปสอบมีคนชนเสาตอนขับออกน่าเสียดายมาก

สอบท่าที่2 จอดเทียบฟุตบาทห่างไม่เกิน 25 ซม.
เป้นอีกท่าที่คนตกเยอะครับ เพราะว่า ต้องออกจากซองมาแล้วก็เลี้ยวรถมาเทียบข้างทาง(เส้นสีเขียว)

  1. ตอนสอบท่าแรกเสร็จขับออกมาไม่ต้องรีบเลี้ยงครับเล็งให้ถึงแนวฟุตาทแล้วค่อยเลี้ยว จะได้มีระยะให้เราแต่งตัวรถให้ชิดริมได้เยอะๆ
  2. จริงๆแล้วเค้าจะมีเส้นอยู่บนถนน ถ้าล้อเราทับเส้นนั้นถ้าว่าผ่าน วิธีเอาล้อทับเส้นก็ง่ายๆครับเรามองให้เส้นมันอยู่กลางๆหน้ารถเรานั่นหมายถึงล้อเราทับเส้นหน่อยๆแล้ว
  3. ถ้าเอาชัวร์ มองให้แนวขอบฟุตบาทตัดกลางรถครับล้อเราจะติดๆฟุตบาทเลย มันเป้นเรื่องของมุมกล้องหนะ

สอบท่าที่3 เดินหน้า-ถอยหลังตรง (เส้นสีม่วง)
ท่านี้ชิวครับ ถ้าไม่ผ่านท่านี้ก็ไปหัดขับรถใหม่ซัก 3-4 ชม. แล้วค่อยมาสอบนะ

สอบเสร็จครบแล้วก็เอารถไปเก็บแล้วก็เดินกลับมารับเอกสารของเราแล้วก็เดินกลับไปในตึกเพื่อเสียตัง ทำบัตร

ถ้าสอบตกต้องมาใหม่ในอีก 3 วันข้างหน้าเสียเวลามากๆ ซ่อมเฉพาะท่าที่ตก วันที่ผมไปซ่อมนี่รอนานมากกว่าจะได้สอบ ไปรายงานตัว 9.30 ได้สอบตอน 11โมง คนตกเยอะพอๆกะคนสอบครั้งแรกหนะหละ

Process ของการสอบสามารถโกงได้ อย่างชิวเลย แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่าโกงยังไง เพราะไม่ได้ลองแต่คิดว่าน่าจะทำได้

สอยใบขับขี่ ละ

posted on 02 Jun 2009 21:27 by kornkait  in DayLife, Im-Thinking-of, My-Experience

หลังจากที่หัดมาหลาย ชม. ก็ได้เวลาไปสอบซะแล้ว แบบว่าตกไปรอบนึง 555+ สอบปฏิบัติ ยากกว่าที่คิดเพราะความงง เสาใหนเป็นเสาใหน ดูไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

 วันนี้เลยไปสอบแก้ตัวใหม่ ต้องไปตั้งแต่ 9โมงครึ่ง กว่าจะได้สอบ 11 โมง...

จะเล่าถึงการสอบตั้งแต่ครั้งแรกละกัน ผมไปสอบที่ขนส่งนนทบุรี

ไปถึงแปดโมงครึ่ง คนเพียบ...จริงๆเค้าเริ่มกันตั้งแต่แปดโมงก็ควรจะไปตอนนั้นอะนะ แต่รถติดเหลือแสน หลักฐานที่ใช้สมัคร

  1. สำเนาทะเบียนบ้าน
  2. บัตรประชาชน และ สำเนา
  3. ใบรับรองแพทย์

ยื่นหลักฐานเรียบร้อย ก็ไปสอบวัดตาบอดสี โดยทั่วไปที่อื่นเค้าอาจจะให้อ่านว่าเป็นเลขอะไร แต่ที่นี่ เค้าจะชี้จุดสีแล้วให้บอกว่าจุดน้นเป็นสีอะไร ซึ่ง เราจะตอบได้แค่สามสี แดงเหลืองเขียว เท่านั้น แม้ว่าเราจะเห็นสีชมพู สีส้ม ก็ตาม

ต่อไปก็ไปทดลองการตอบสนอง โดยการเหยียบคันแรงจำลอง แล้วมันจะมีไฟเขียวขึ้น ซักพักมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงให้รีบเหยียบเบรก..... ซึ่งคนตกตรงนี้ก็หลายคนเหมือนกัน แต่ว่า เค้าให้สอบได้หลายรอบหละ แต่ผมรอบเดียวผ่านอะ แอบโกงนิดหน่อย เพราะนอกจากไฟเขียวแดง แล้วมันจะมีไฟขีดๆ ขึ้นด้านข้างด้วย ถ้าดูไฟขีดๆนั่นจะง่ายกว่า ดูว่ามันขึ้น ปุ๊บก็เหยียบเบรกเลย 

รูปก็ประมาณนี้หละ

เสร็จแล้วก็วัดการกะระยะทางลึก... ก็เลื่อนเสาสองเสาให้ตรงกัน โดยเค้าจะมีปุ่มให้กด ก็เลื่อนๆเอาไม่ยากอะไร

แล้วก็ไปก็ไปทดสอบการเหล่ๆ 

ใช่แล้วครับการเหล่เค้าจะกดไฟแล้วให้เราตอบว่าสีอะไร ขวา ซ้ายแต่ว่าเราจะหันไปมองไม่ได้ ต้องเหล่เอา สอบตรงนี้เสร็จก็ต้องนั่งรอคนอื่นๆสอบจนหมดแล้วเค้าจะเปิดวิดีโอให้ดู

ตรงนี้สำคัญมากทีเดียว เพราะมีเรื่องท่เราไม่รู้เยอะแยะ ออกสอบพวกแบบว่า สถานการณ์แบบนี้ให้รถทางให้ไปก่อน อะไรแบบนั้น แล้วก็มารยาทการขับรถไรแบบนี้ ออกสอบนะ ถ้าไม่นั่งจำนี่ทำไม่ได้แน่ๆ แล้วพอดูจบก็รอเค้าเรียกไปสอบข้อเขียน ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แล้ว จิ้มๆเอาไม่ยากๆ ถ้าจำที่ดูไปมะกี้ได้อะนะ ผมได้ 27/30 เกินผ่านคือ 23 คะแนน

แต่ถ้าใครไม่มั่นใจก็ ซื้อหนังสือมาอ่านได้ แอบเห็นคนอื่นมีคุ่มือสอบใบขับขี่ฉบับ สมบูรณ์!!!! สุดยอด..... 

หรือจะซื้อหนังสือของขนส่งเองก็มีนะ.... 60 บาท ขายกันตอนดูวิดีโอนั่นหละ แต่ผมไม่ได้ซื้ออะ งก แหะๆ

ผ่านหมดแล้วก็ไปกินข้าวปลาเตรียมสอบปฏิบัติ ต่อไป....

เอาไว้เขียนต่อพรุ่งนี้ ดีกว่า 555+ จะได้มี entry สำหรับวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ไปซ้อมวาดรูปสนามสอบก่อน